วัดป่าเอราวัณ
สาขาวัดหนองป่าพง ลำดับที่ ๖๕
ตำบลผาอินทร์แปลง อำเภอเอราวัณ จังหวัดเลย
ทางวัดได้ดำเนินการเผยแผ่พระธรรมคำสอน ผ่านทางสถานีวิทยุท้องถิ่น “สถานีวิทยุพระพุทธศาสนาแห่งชาติและสังคม คลื่นเสียงธรรมชาวพุทธ FM 104.75 MHz”
โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นสื่อกลางในการส่งเสริมพระพุทธศาสนา เผยแผ่ธรรมะ สร้างประโยชน์แก่สังคมส่วนรวม ทั้งยังมุ่งเน้นให้เกิดความเข้าใจอันดี ระหว่างหน่วยงานกับประชาชนในพื้นที่
การดำเนินงานทั้งหมดเป็นไปโดยบริสุทธิ์ใจ มิได้มุ่งแสวงหาผลประโยชน์ทางการค้า หรือเกี่ยวข้องกับกิจการทางการเมืองใด ๆ ทั้งสิ้น
สาขาวัดหนองป่าพง ลำดับที่ ๖๕
ตำบลผาอินทร์แปลง อำเภอเอราวัณ จังหวัดเลย
วัดป่าเอราวัณเริ่มก่อตั้งขึ้นเมื่อประมาณ พุทธศักราช ๒๕๑๙ โดยมี พระอาจารย์คำไพ พระภิกษุหนุ่มวัยราว ๓๐ ปี ได้ธุดงค์มาปฏิบัติธรรมและพักแรม ณ บริเวณชายป่าใกล้เนินเขาเตี้ย ห่างจากบ้านเอราวัณไปทางทิศเหนือประมาณ ๑ กิโลเมตร ซึ่งชาวบ้านในสมัยนั้นเรียกพื้นที่แห่งนี้ว่า “ป่าภูสิงห์”
เมื่อชาวบ้านทราบข่าวว่ามีพระธุดงค์มาพักปฏิบัติธรรม ต่างเกิดศรัทธาเลื่อมใส พากันมาช่วยแผ้วถางพื้นที่ สร้างศาลาที่พักชั่วคราว และพร้อมใจกันนิมนต์พระอาจารย์คำไพให้อยู่จำพรรษา เพื่อเป็นที่พึ่งทางใจแก่พุทธศาสนิกชนในท้องถิ่น กลุ่มทายกทายิกาชุดแรกที่ร่วมแรงศรัทธาในการบุกเบิกสถานที่แห่งนี้ ได้แก่
นายบุญมา ราญคำรัตน์ (ผู้ใหญ่บ้านเอราวัณ หมู่ ๓ ขณะนั้น)
นายลันติ์ ศรีคลัง, นายสุรินทร์ โรมพันธ์ (แพทย์ริน), คุณตาบุญสิงห์–คุณยายนาง ทิพย์เนตร,
คุณตาเฝียน–คุณยายคำพอง ไชยพา, คุณยายสุนี ศรีชาทุม, คุณยายตา นิพัฒน์ และคุณยายเปลี่ยน
ครั้นต่อมา พ.ศ. ๒๕๒๒ พระอาจารย์คำไพได้ลาญาติโยมเพื่อออกธุดงค์จาริกไปยังแดนไกลและมี พระอาจารย์บุญเรือง มาจำพรรษาแทนเป็นเวลา ๑ ปี
ต่อมาในปี พ.ศ. ๒๕๒๓ ได้มีพระธุดงค์รูปใหม่ชื่อ พระอาจารย์กระจ่าง กิติภทุโธ (พระอาจารย์กาด) เข้ามาพำนักและปฏิบัติธรรม ณ สำนักสงฆ์แห่งนี้
ท่านเป็นพระปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ มีเมตตาธรรม และได้รับความเคารพศรัทธาอย่างสูงจากพี่น้องชาวบ้านเอราวัณ เมื่อญาติโยมหลั่งไหลมาปฏิบัติธรรมเพิ่มขึ้น
พระอาจารย์กาดจึงได้พัฒนาสถานที่ สร้างกุฏิ ศาลา โรงครัว และห้องสุขาเพิ่มขึ้นตามลำดับ ด้วยความเจริญและมั่นคงของวัดป่าเอราวัณ ทำให้ต่อมาได้รับการขึ้นทะเบียนเป็น
วัดสาขาวัดหนองป่าพง ลำดับที่ ๖๕ วัดได้เจริญรุ่งเรื่อยมา โดยมีญาติโยมศรัทธาเพิ่มขึ้นมากมาย ผู้นำชุมชนหลายท่านได้ร่วมแรงร่วมใจอุปถัมภ์กิจการพระศาสนาอย่างต่อเนื่อง
ในราวปี พ.ศ. ๒๕๒๗–๒๕๒๘
พระอาจารย์พงศา มนูญโย (พระอาจารย์แดง) ได้เข้ามารักษาการเจ้าอาวาสแทนพระอาจารย์กาด ซึ่งในขณะนั้นอาพาธหนัก และได้มรณภาพลงในเวลาต่อมา
ต่อมาในปี พ.ศ. ๒๕๒๙ หลวงพ่อสิงห์ กิติญาโน มารักษาการเจ้าอาวาสอยู่ ๑ พรรษา
ครั้นถึงปี พ.ศ. ๒๕๓๐ หลวงพ่อจันทร์ อินทวีโร เจ้าอาวาสวัดป่าบ้านกลางใหญ่ จังหวัดอุบลราชธานี ได้มอบหมายให้
พระอาจารย์สวัสดิ์ ปภสฺโร (หลวงพ่อเคน) ศิษย์ในสายพระโพธิญาณเถระ (หลวงพ่อชา สุภัทโท) มาดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดป่าเอราวัณ ซึ่งท่านได้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความวิริยะอุตสาหะ มั่นคงในวัตรปฏิบัติ และดำเนินรอยตามคำสอนของหลวงพ่อชาอย่างแน่วแน่ หลวงพ่อเคนได้พัฒนาวัดอย่างต่อเนื่อง ทั้งด้านเสนาสนะและการเผยแผ่ธรรมะ
ได้สร้างกุฏิ ศาลา โรงครัว ห้องน้ำ เรือนพักญาติโยม รวมถึงจัดตั้ง
มูลนิธิเสียงธรรมชาวพุทธ และ สถานีวิทยุพระพุทธศาสนาแห่งชาติและสังคม คลื่นเสียงธรรมชาวพุทธ FM 104.75 MHz
เพื่อเผยแผ่พระธรรมคำสอนและข่าวสารที่เป็นประโยชน์แก่ประชาชน โดยดำเนินงานด้วยเจตนาบริสุทธิ์ ไม่เกี่ยวข้องกับการเมืองหรือการค้าใด ๆ
พื้นที่วัดตั้งอยู่บนเนินป่าภูสิงห์ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ ป่าสงวนแห่งชาติ “ป่าโคกหินนกยูง” มีความอุดมสมบูรณ์ตามธรรมชาติ ชาวบ้านได้ร่วมกันสำรวจและกำหนดพื้นที่จำนวนกว่า ๔๐๐ ไร่เศษ มอบถวายให้คณะสงฆ์ดูแลรักษาเป็นเขตวัดและเขตอนุรักษ์ป่าชุมชน
ต่อมาในช่วง พ.ศ. ๒๕๓๘–๒๕๓๙ วัดได้ขยายพื้นที่เพิ่มเติมจากการซื้อและรับบริจาคจากญาติโยมผู้มีจิตศรัทธา รวมทั้งสิ้นกว่า ๒๐๐ ไร่เศษ รวมเป็นพื้นที่วัดและเขตอนุรักษ์ประมาณ ๖๐๐ ไร่เศษ ปัจจุบัน วัดป่าเอราวัณ เป็นศูนย์รวมแห่งศรัทธา เป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมอันสงบร่มเย็น และเป็นแหล่งเผยแผ่พระธรรมคำสอนแก่พุทธศาสนิกชนทั้งในจังหวัดเลยและพื้นที่ใกล้เคียง ดำรงมั่นในแนวทางของวัดหนองป่าพง และคำสอนแห่งหลวงพ่อชา สุภัทโท
เป็นปูชนียสถานอันทรงคุณค่าที่สืบต่อพระพุทธศาสนาให้รุ่งเรืองสืบไป
